ไกด์จำเป็น

วันนี้ที่พิพิธภัณฑ์แรงงานไทยอากาศกำลังดีร้อนนิดหน่อย มีน้อง 2 คนจากเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม SVN ( Social Venture Network Asia Thailand) นัดหมายกับพี่วิชัยเพื่อหารือเรื่องการจัด SVN Trip “มักกะสัน”ในวันที่ 14 มีนานี้ ขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา 1 คน และอังกฤษ 2 คนมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯ น้องหลีกับน้องอรก็เลยอาสาเป็นล่ามสอบถามความรู้สึกผู้มาเยี่ยมชมหลังจากที่เดินชมด้วยความตั้งอกตั้งใจ ได้ความว่า เขาเป็นครู รู้จักพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยจากเว็บไซต์ Tripadvisor ตั้งใจมาชมเพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ ชอบการจัดแสดงได้ดี ชอบเนื้อหาห้อง 14 ตุลาซึ่งนั่งดูเหตุการณ์ช่วง 14 ตุลาฯ 16จนจบ อีกคนบอกว่าชอบห้องสงครามโลก สงครามเย็น การสร้างทางรถไฟสายมรณะ ส่วนด้านหน้าโดดเด่นมีอนุสาวรีย์เห็นชัด ส่วนสองสาวหลังจากพูดคุยการเตรียมงานที่ตั้งใจมาวันนี้แล้ว กินข้าวเหนียวส้มตำแล้ว และทำหน้าที่ล่าม ขายเสื้อให้แขกฝรั่งแล้ว ก็ถือโอกาสเดินชมพิพิธภัณฑ์ด้วย ซึ่งทั้งสองบอกว่าชอบมากการจัดแสดงอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงแต่ละห้องได้ดี ซึ่งเนื้อหาการจัดแสดงของทั้งสองฝั่งมีความแตกต่างกันเห็นได้ชัด ฝั่งหนึ่งเห็นสภาพการทำงานคนสมัยก่อน การพัฒนาบ้านเมืองซึ่งแรงงานมีส่วนสร้างทุกสิ่งทุกอย่าง ชอบโมเดลที่จัดแสดงในห้องสงครามโลก และชอบเนื้อหาห้องแรงงานร่วมสมัยที่แสดงถึงการต่อสู้เรียกร้องสิทธิต่างๆ ที่ได้ความรู้สึกมีชีวิตเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สัมผัสได้   “ หนูใช้ประกันสังคมอยู่ […]

ครูนักสหภาพ

เขาเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานครู ซึ่งเข้มแข็งมาก ที่ชิลี สหภาพแรงงานที่ใหญ่และเข้มแข็งคือ สหภาพแรงงานของคนงานก่อสร้าง คนงานภาคเกษตร คนงานเหมือง…เขาแปลกใจที่ไม่มีสหภาพแรงงานครูในประเทศไทย

สองสหายจากยุโรป

เที่ยงกว่าๆ…. ระหว่างที่ห้องโถงพิพิธภัณฑ์ฯระเกะระกะไปด้วยวัสดุอุปกรณ์ซ่อมล้อ “รถเจ๊ก” ที่ชำรุดหนักหลังรายการทีวีรายการหนึ่งยืมไปถ่ายทำ หนุ่มกรีกกับสาวเซอร์เบียมากดกริ่งเรียกแสดงความต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ มีโอกาสได้ทักทายและตอบคำถามเมื่อทั้งสองเดินดูผ่านห้องแรงงานเกณฑ์ แรงงานจีน และอ่านเรื่องการยกเลิกระบบไพร่-ทาส ในห้องแสดงที่ 3 จบแล้ว    เขาถามว่า…ใครเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์นี้ ? ตอบไปว่า…เป็นของขบวนการแรงงาน ที่ช่วยกันสร้างขึ้นมา ถามต่อว่า…ใช้เงินจากไหน เพราะดูแล้วค่าใช้จ่ายคงเยอะ ตอบว่า…ส่วนใหญ่ได้จากเงินบริจาคและทำกิจกรรม เขาถามวกเข้าเรื่องสมาชิกสหภาพแรงงานไทยว่ามีเท่าไหร่ เราตอบไปว่า…ราว 5-6 แสนคน จากแรงงาน 40 ล้าน และประชากร 65 ล้าน เขาเลิกคิ้ว !! ..1 เปอร์เซ็นกว่าๆ ถามต่อทันทีว่า…ทำไมคนงานไทยไม่อยากเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ตอบตามที่คิดเอาเองว่า….คนไทยเพิ่งผ่านระบบอุปถัมภ์จากเจ้าขุนมูลนายมา 100 ปีเศษเอง (เนื้อหามีในห้องแสดงที่ 3 )อาจเป็นสาเหตุสำคัญก็ได้มั้ง ? เพื่อนชายชาวกรีกพูดบางประโยคที่เขาบอกว่าเป็นของ “มาร์กซ” ให้ฟังว่า “ชนชั้นกรรมาชีพคือผู้เปลี่ยนแปลงโลก” แล้วเราก็หัวเราะพร้อมกัน เขาแยกย้ายไปดูห้องแสดงอื่นๆต่อจนจบ ระหว่างมาเซ็นสมุดเยี่ยม เขาและเธอชวนคุยเรื่องการเมืองไทย ถามถึง “ Dictatorship และ End ” ตอบ I […]

ถกทางรอด

4 กุมภา 10 โมงเช้า แขกรับเชิญคนแรกจากสภาแรงงานเสรีมาถึงก่อนใคร นั่งกินอาหารเช้ารออยู่ข้างพิพิธภัณฑ์ ถัดจากนั้นก็ทยอยกันมา จนกระทั่งเพล ก็เริ่มประชุมอย่างเป็นทางการ

2 Japanese Visitors

เที่ยงกว่าๆ วันที่ 31 มกรา เป็นอีกครั้งที่หนังสือคู่มือท่องเที่ยวของญี่ปุ่นนำพาชาวซามูไรให้มารู้จักเรื่องราวของแรงงานในแดนสยามเมืองยิ้มมากขึ้น คราวนี้เป็น 2 หนุ่มอาชีพเอ็นจิเนียร์ แต่ลืมถามว่าทำงานทีใหน! เข้าใจว่าจะเป็นในเมืองไทยนี่แหละ เพราะเมื่อขอให้เปรียบเทียบคนงานไทยกับคนงานญี่ปุ่นหลังจากได้เดินดูพิพิธภัณฑ์จนใกล้จะจบแล้ว เขาบอกว่าคนงานญี่ปุ่นทำงานหนักเอาจริงเอาจัง และได้เงินค่าจ้างค่อนข้างสูง ส่วนคนงานไทย เขานึกหาคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วทำท่าเอามือขวาแบคว่ำระดับเอวพร้อมกับปาดไปมา ขวา-ซ้าย…เลยไม่รู้ว่าเขาบอกอะไร แล้วก็ยังบอกว่าที่ญี่ปุ่นก็มีสหภาพแรงงาน แต่ในความคิดของเขา คิดว่าสหภาพแรงงานในญี่ปุ่นไม่เข้มแข็งนัก ทั้ง 2 คนใช้เวลาไปราวครึ่งชั่วโมง ก็จากไปหลังแสดงความเห็นในสมุดเยี่ยมว่า interested และอีกคน interesting

เพื่อนจากอาเซียน

  23 ม.ค.58 ฟ้ามืดแล้วตอนที่ผู้เยี่ยมชมจากฟิลิปปินส์ 2 คน และอินโดนีเซีย 1 คน เดินทางฝ่าการจราจลหนาแน่นของกรุงเทพฯในวันศุกร์มาถึงพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย 3 สาวอาเซียนกลุ่มนี้ นำพามาโดยคนคุ้นเคย ครูตู่ -บังอร ธรรมสอน สาวเชียงรายผู้ไปจัดตั้งสมาคมรวมไทยในฮ่องกง ทริปนี้มีล่ามช่วย 2 คน ตู่ กับ เล็ก ที่มากับลูกสาว เดินดูห้องแสดงแต่ละห้องกันอย่างละเอียดในเวลาที่จำกัดแลกเปลี่ยนกันสนุกด้วยภาษาอังกฤษแบบอาเซียนหลายสำเนียง แต่เชื่อมความเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งด้วยเหตุว่าวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน บางคนว่านี่บ้านฉันก็มี แล้วนั่นก็เหมือนกัน ทั้งวิถีชีวิตของคนงาน การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการลุกขึ้นต่อสู้เรื่องสิทธิแรงงาน ที่ประหลาดมากคือ ทุกคนบอกว่าขนลุก (ทำท่ายกแขนลูบ) เมื่อเริ่มเล่าเรื่อง จิตร ภูมิศักดิ์ ให้ฟัง ซักกันไปมาจึงเข้าใจ ว่าทุกชาติภาษาล้วนมีวีรบุรุษ มีวีรชนที่เสียสละต่อสู้เพื่อนคนทุกข์ยากทั้งนั้น Kasiwen จาก ATUI – Indonesia บอกว่า ชอบที่พิพิธภัณฑ์สร้างโดยความร่วมมือของคนงาน ทำให้เป็นอิสระจากการครอบงำ ได้เรียนรู้หลายอย่าง ซึ่งเพื่อนๆก็ต่างหนุนกันว่าให้ลองไปทำพิพิธภัณฑ์แรงงานที่อินโดนีเซียบ้าง เธอไม่ได้ตอบรับ แต่สังเกตว่าครุ่นคิด ดูแววตาว่าสนใจเหมือนกัน Sonia จาก […]

พนักงานค้าปลีกญี่ปุ่น

  หลังจากหญิงชาวญี่ปุ่นผู้สะเทือนใจกับสงครามโลกครั้งที่ 2 จากไปในช่วงเช้า พอคล้อยบ่าย ล่ามสาวชาวไทย 2 คนก็นำคณะพนักงานร้านค้าปลีกชาวญี่ปุ่น เป็นชายล้วน 5 คน มาเยือนพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย พร้อมอาวุธครบมือคือ ปากกาและ notebook (สมุดโน๊ต) เมื่อถามจุดประสงค์ ก็บอกว่ามาอบรมเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อในไทย จึงอยากรู้เรื่องราวของแรงงานไทย เพราะเคยเห็นในคู่มือท่องเที่ยวไทย(Guidebook ของญี่ปุ่น หน้า 138)  แล้วสนใจ 5 หนุ่มกระตือรือล้นในการบันทึกเรื่องราวของแรงงงานไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันลงในสมุดโน๊ตอย่างเอาจริงเอาจัง (น่าจะตามอุปนิสัยคนญี่ปุ่น) ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะผ่านแต่ละห้อง ส่วนล่ามสาวแอบบ่นว่า แปลยากมาก แต่ก็รู้อะไรเกี่ยวกับแรงงานขึ้นเยอะเลย ซึ่งก็คงไม่แปลกอะไร เพราะแม้คนไทย พูดไทยด้วยกัน และแม้เป็นคนงานไทย ก็ยังยากที่จะปะติดปะต่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์แรงงานไทยได้อย่างแจ่มแจ้ง แลกเปลี่ยนกันหลายเรื่องราวจนจุใจ สุดท้ายเขาก็ถามคำถามสำคัญว่า “ทำไมคนงานไทยจึงชอบเปลี่ยนงานบ่อย” พร้อมสาธยายว่า คนญี่ปุ่นมักไม่ค่อยเปลี่ยนงาน มีความรักและผูกพันกับบริษัทมาก เพราะบริษัทให้ค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆสูงเพียงพอต่อการมีมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆก็อยู่กันจนเกษียณไปเลย เราตอบแทนคนงานไทยไปหลายเหตุผล ซึ่งก็ยังความประหลาดใจว่าทำไมแรงงานไทยถึงได้รับการดูแลแบบนี้ ไม่เว้นแม้เป็นโรงงานของชาวญี่ปุ่น (ส่วนใหญ่) ที่สุดก็ take photo ร่วมกัน ก่อนจะซาโยนาระ  さようなら ขึ้นรถตู้จากไป   …………………………………………………… […]

สงครามโลกที่สะเทือนใจ

นักท่องเที่ยวสาวจากญี่ปุ่นถึงกับหลั่งน้ำตา เมื่อถูกถามว่าประทับใจส่วนใดในการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยมากที่สุด เธอเล่าให้ฟังด้วยเสียงเบาแผ่วปนสะอื้นว่า เป็นเรื่องราวกองทัพญี่ปุ่นกับการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่ห้องแสดงสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอบอกว่าคุณแม่ของเธอมักเล่าให้ฟังเสมอถึงเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองทัพญี่ปุ่นบุกตะลุยรบไปทั่วโลก ซึ่งขณะนั้น คุณแม่ของเธอเป็นคนงานเย็บร่มชูชีพให้กับกองทัพญี่ปุ่น เสียงเธอกระท่อนกระแท่นมากขึ้นจากแรงสะอื้น จนไม่กล้าถามต่อว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่ เธอจากไปแล้ว แต่คนที่พิพิธภัณฑ์ยังคิดกันต่อ เดาๆเอาว่าก็คงเป็นเพราะสงครามนั่นแหละ ไม่ว่าที่ใด ล้วนต้องมีความตาย ความสูญเสียพลัดพราก จนยากที่ใครที่ประสบพบเจอนั้นยากที่จะลืมเลือน แม้ผ่านช่วงเวลายาวนานสักเพียงใดก็ตาม  

แรงงานและนักศึกษา

    16 มกราคม 2558 นักเรียนจากโรงเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ร่วม 10 คน เข้ามาทำรายงานส่งคุณครู น้องฟ้าลูกหลานชาวมหาสารคามที่พ่อแม่ พามาอยู่กรุงเทพฯเล่าด้วยอารมณ์ตื่นเต้นว่า หนูเห็นสิ่งของที่จัดแสดงหลายอย่างเหมือนที่บ้านยายมีและใช้อยู่ เช่นเตารีดผ้าที่ใช้ถ่าน ที่บ้านยายก็มีคะ เคยจับมารีดเล่นๆ เครื่องปั่นไหมหนูเคยช่วยยาย มีเครื่องทอผ้าไหมอยู่ใต้ถุนบ้าน ดูแล้วคิดถึงยายที่มหาสารคาม เมื่อการพูดคุยเริ่มออกรสชาด น้องหนึ่งก็เข้ามาร่วมวงพร้อมเพื่อนอีกคน หนึ่งบอกว่า พ่อเป็นคนสุพรรณบุรี แม่เป็นคนร้อยเอ็ดคะ หนูเคยเกี่ยวข้าวด้วยละ ชอบและสนุกดีบ้านต่างจังหวัดดีอากาศดีมีความสุขคิดถึงย่า และยายคะ น้องอีกคนบอกหนูก็ลูกหลานคนนครสวรรค์ มีป่ามะม่วง ป่ากล้วยด้วย เพื่อนอีกหลายคนเริ่มสนุกเข้ามาคุยเราก็มีบ้านยาย บ้านย่าอยู่ต่างจังหวัด พร้อมแซวกันว่าเราคือคนกรุงเต็บ (เทพ) เด็กลาดพร่าว ( พร้าว)พร้อมหัวเราะอย่างสนุกสนาน… หลังจากเดินชมจนเต็มอิ่มแล้วทุกคนก็แบ่งหน้าที่ทำงาน โดยทำเป็นรูปแบบวิดีโอแนะนำพิพิธภัณฑ์ ให้แต่ละคนแนะนำห้องต่างๆ และจะนำกลับไปตัดต่อส่งคุณครู และส่งให้พิพิธภัณฑ์เผยแพร่ต่อไป.. (9ม.ค.58) กรรมการสหภาพแรงงานฟูจิทรานส์ (แห่งประเทศไทย) ได้เข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย โดยครั้งนี้มีคุณวิชัย นราไพบูลย์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ฯต้อนรับและพาชม หลังจากเดินชมแล้ว ทุกคนก็ร่วมกันสรุปร่วมกันว่า ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แรงงาน […]

คณะ ผอ.เขตราชเทวี

  7 มกราคม 2558 เป็นอีกหนึ่งวันที่พิพิธภัณฑ์แรงงานไทยคึกคัก ด้วยมีแขกผู้ใหญ่จากเขตราชเทวี นำโดย ผอ.ลักษณา โรจน์ธำรง และทีมงานราว 10 คน ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย จากการประสานงานกับทาง กทม.ที่พิพิธภัณฑ์ฯได้เคยยื่นหนังสือขอการสนับสนุนในเรื่องการปรับปรุงสถานที่และงบประมาณดำเนินงาน ด้วยพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งท่องเที่ยว อยู่ในเขตราชเทวี จึงได้รับเกียรติจากคณะท่าน ผอ.ศึกษาดูงานหาข้อมูลเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือ หลังจากได้เข้าเยี่ยมชมแล้ว ผอ.บอกว่ารู้สึกประทับใจกับการจัดแสดงเห็นถึงความมีคุณค่าของพิพิธภัณฑ์แรงงาน ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ฯที่มีชีวิต มีคนที่ดูแลที่มีใจรักในพิพิธภัณฑ์ฯ มีความรู้ในด้านประวัติศาสตร์น่าชื่นชมมาก หากเทียบกับพิพิธภัณฑ์ฯในหลายพื้นที่ที่ได้ไปเยี่ยมชมในกรุงเทพฯคิดว่าหลายแห่งดีมีการอนุรักษ์ของเก่า และอยากให้คนเข้าไปเรียนรู้ แต่อีกหลายพื้นที่ก็จ้างเด็กๆมาคอยดู และเป็นเพียงการจัดนิทรรศการไม่มีชีวิต การที่ได้เข้ามาที่นี่ถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่า มีเอกสารและสิ่งของมากมายที่ควรอนุรักษ์ไว้ มีการจัดแสดงเนื้อหาการบอกเล่าสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้แรงงานตั้งแต่อดีตอย่างน่าสนใจ มีคนดูแลที่เอาใจใส่ และรักงานพิพิธภัณฑ์ฯ รักษาข้าวของอย่างดี อยากบอกว่าควรมีพิพิธภัณฑ์ฯแบบนี้ในกรุงเทพฯของเรา โดยควรมีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้คนได้มาเที่ยว มาเรียนรู้ แค่อาคารที่จัดแสดงก็มีคุณค่าในตัวของมันเองควรอนุรักษ์แล้ว ผอ.ลักษณา ได้เขียนความรู้สึกในสมุดผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยว่า “ขอแสดงความชื่นชมความรัก และความอุตสาหะในการสรรค์สร้างพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ที่มีคุณค่าเพื่อลูกหลานไทย ได้ระลึกถึงคุณูปการของผู้ใช้แรงงานไทยตลอดไป”  

1 2 3 4 5